ไม่เจอก้อน ไม่เจ็บ ไม่ได้แปลว่า “ไม่เป็น” สัญญาณเตือน มะเร็งเต้านม ที่ผู้หญิงต้องรู้
มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) คือภัยเงียบอันดับ 1 ของผู้หญิงในกว่า 157 ประเทศทั่วโลก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่าในปี 2565 มีผู้ป่วยใหม่ถึง 2.3 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 670,000 คน สำหรับประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยสูงถึง 60 คนต่อวัน ความน่ากลัวคือในระยะแรกมัก “ไม่เจ็บ” ทำให้หลายคนละเลยการตรวจจนโรคลุกลาม
มะเร็งเต้านม ภัยเงียบที่มาพร้อมปัจจัยเสี่ยง
พญ.พุทธิพร เนาวะเศษ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา ศูนย์เต้านม รพ.วิมุต อธิบายว่า มะเร็งเต้านมเกิดจากเซลล์เจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้อ โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่:
- เพศและอายุ: เพศหญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าชายชัดเจน และเสี่ยงมากขึ้นตามอายุ
- ฮอร์โมน: มีประจำเดือนครั้งแรกตั้งแต่อายุน้อย หรือหมดประจำเดือนช้ากว่าปกติ
- พันธุกรรม: มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือมียีนผิดปกติ เช่น ยีน BRCA1, BRCA2
- สุขภาพและไลฟ์สไตล์: ภาวะน้ำหนักเกิน ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ พักผ่อนไม่เพียงพอ และไม่ออกกำลังกาย

เคลียร์ 3 ความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้คนสับสน
- เจอก้อน = มะเร็ง? ไม่เสมอไป ก้อนอาจเป็นเพียงซีสต์ (ถุงน้ำ) หรือเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง ต้องผ่านการตรวจอย่างละเอียดเพื่อยืนยัน
- ใส่บรานอนทำให้เป็นมะเร็ง? ความจริงคือ ไม่เพิ่มความเสี่ยง ตามที่หลายคนกังวล
- ผู้ชายไม่เป็นมะเร็งเต้านม? แม้จะพบได้น้อยมาก แต่ ผู้ชายก็เป็นได้ เช่นกัน
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม แม้จะ “ไม่เจ็บ”
- มะเร็งเต้านมระยะต้นมักไม่มีอาการเด่นชัด หากพบสัญญาณเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที:
- คลำพบก้อนแข็งที่เต้านมหรือรักแร้ ขอบไม่เรียบ หรือโตเร็ว
- ผิวหนังหรือหัวนมบุ๋มลงไป เต้านมผิดรูป
- ผิวเต้านมเปลี่ยนแปลงคล้ายเปลือกส้ม หรือมีเลือด/ของเหลวไหลจากหัวนม
ตรวจคัดกรองอย่างไรให้เหมาะกับวัย
- อายุ 20 ปีขึ้นไป: ควรคลำเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน โดยเลือกวิธีที่สะดวก เช่น คลำวนเป็นก้นหอย , คลำขึ้น-ลงตามแนวลำตัว , หรือคลำเป็นรูปรัศมี
- อายุ 40 ปีขึ้นไป: แนะนำตรวจ แมมโมแกรม (Mammogram) ร่วมกับ อัลตราซาวด์ เพื่อความแม่นยำสูง
- กลุ่มเสี่ยงสูง: หากมียีนผิดปกติหรือประวัติครอบครัว แพทย์อาจพิจารณาตรวจด้วย MRI
แนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment)
- ศูนย์เต้านม รพ.วิมุต มุ่งเน้นการรักษาที่พิจารณาจากระยะของโรคและชนิดของมะเร็ง โดยมีทั้งการใช้ยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด รวมถึงการผ่าตัดแบบ สงวนเต้านม เพื่อคงรูปลักษณ์ให้คนไข้มั่นใจในคุณภาพชีวิตระยะยาว
