ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจ “บริหารความมั่งคั่ง” (Wealth Management) ในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เน้นผลิตภัณฑ์พื้นฐานในประเทศ สู่การแข่งขันเชิง “โซลูชันระดับโลก” มากขึ้น
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ SCB WEALTH ที่จับมือกับ BlackRock จึงไม่ใช่แค่ดีลทางธุรกิจทั่วไป แต่สะท้อน “ทิศทางใหม่” ของทั้งอุตสาหกรรม
AUM โต 220%: ตัวเลขที่มากกว่าความสำเร็จ
ข้อมูลจากธนาคารไทยพาณิชย์ระบุว่า สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนของ BlackRock เติบโตแตะระดับประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 220% ภายใน 1 ปี และมีแนวโน้มแตะ 1,700 ล้านดอลลาร์ในระยะสั้น ในเชิงผิวเผิน ตัวเลขนี้อาจดูเป็น “ความสำเร็จของแบรนด์” แต่ในเชิงโครงสร้าง มันสะท้อน 3 ประเด็นสำคัญ
-
นักลงทุนไทย “เปิดรับสินทรัพย์ต่างประเทศ” มากขึ้น
-
ความเชื่อมั่นเริ่มย้ายจาก “ผลิตภัณฑ์” ไปสู่ “ผู้จัดการสินทรัพย์ระดับโลก”
-
ธนาคารไทยกำลังเปลี่ยนบทบาท จากผู้ขาย → ผู้จัดพอร์ตเชิงกลยุทธ์
จากขายกองทุน สู่ สร้างพอร์ต: การเปลี่ยนบทบาทของธนาคาร
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การออกแบบ “Core Portfolio” ไม่ใช่แค่การคัดเลือกกองทุนรายตัว ผลิตภัณฑ์อย่าง SCB Global Multi Asset Core (SCBGMCORE) ที่ใช้แนวคิด Liquid Alternatives คือภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านนี้ โดยพยายามสร้างผลตอบแทนที่ไม่ผูกติดกับตลาดใดตลาดหนึ่งโดยตรง โมเดลนี้ทำให้ธนาคารไม่ได้แข่งขันกันที่ “ใครมีกองทุนมากกว่า” แต่เป็น
“ใครจัดพอร์ตได้ดีกว่าในทุกสภาวะตลาด”
SCBAM ขึ้นอันดับ 1: เกม Distribution ยังสำคัญ
แม้โมเดลจะเปลี่ยน แต่ “ช่องทางขาย” ยังเป็นหัวใจสำคัญ ปัจจุบัน SCB เป็นตัวแทนจำหน่ายหลักของ SCBAM ส่งผลให้มีสินทรัพย์กองทุนของ BlackRock ภายใต้การบริหารสูงที่สุดในไทย และส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 16% เป็น 25% ภายในปีเดียว นี่สะท้อนว่า
ใครคุม Distribution ได้ = คุมเกมตลาด
โดยเฉพาะในยุคที่ลูกค้าต้องการคำแนะนำ ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์
การร่วมมือระดับ Research: จุดต่างที่เริ่มชัด
อีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจคือการทำ Co-Create Research ระหว่างทีม SCB CIO และ BlackRock ความร่วมมือนี้ทำให้การวิเคราะห์ไม่ได้หยุดแค่ “มุมมองโลก” หรือ “มุมมองไทย” แยกกันแต่เป็นการผสานทั้งสองระดับเข้าด้วยกันผลลัพธ์คือการจัดพอร์ตแบบ Tactical Asset Allocation (TAA) ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนยุคใหม่ต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ
Insight: นี่คือสัญญาณของ “Wealth War” ในไทย
หากมองให้ลึกขึ้น ดีลนี้กำลังบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับอนาคตของตลาด
-
ธนาคารจะไม่ใช่แค่ “ผู้ให้บริการ” แต่เป็น “แพลตฟอร์มการลงทุน”
-
การแข่งขันจะย้ายจาก “ดอกเบี้ย / ค่าธรรมเนียม” ไปสู่ “คุณภาพของคำแนะนำ”
-
ผู้เล่นระดับโลกจะเข้ามามีบทบาทในพอร์ตของนักลงทุนไทยมากขึ้น
พูดอีกแบบคือ
“ตลาด Wealth ไทยกำลังเข้าสู่ช่วง “Globalization เต็มตัว”
ก้าวต่อไป: จากผลิตภัณฑ์ → ระบบนิเวศการลงทุน
แผนในปี 2569 ที่จะพัฒนา Capital Market Assumption (CMA) และยกระดับการจัดพอร์ตเชิงกลยุทธ์ บ่งชี้ว่าการแข่งขันกำลังขยับไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่ “มีกองทุนอะไรขาย” แต่คือ
“ใครมีข้อมูล + โมเดล + ทีม ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ดีกว่า”
แหล่งที่มา / อ้างอิง
-
ตัวเลข AUM จาก Morningstar ณ วันที่ 2 ก.พ. 2569
-
ข้อมูลกองทุนและผลตอบแทน จาก SCBAM Fund Factsheet ณ วันที่ 31 ม.ค. 2569
หมายเหตุการลงทุน
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ และผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถยืนยันผลตอบแทนในอนาคตได้